แบตเตอรี่ รถยนต์มีกี่แบบ

แบตเตอรี่รถยนต์ มี 4 แบบ

แบตเตอรี่รถยนต์โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  ⇒  แบตเตอรี่แบบน้ำ (Conventional/Flooded)

  ⇒  แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง (Maintenance Free)

  ⇒  แบตเตอรี่แบบแห้ง (Sealed Maintenance Free)

  ⇒  แบตเตอรี่ไฮบริด (Hybrid)

โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติ การดูแล และอายุการใช้งานแตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

ประเภทของแบตเตอรี่รถยนต์

1. แบตเตอรี่แบบน้ำ (Conventional  Battery)

ลักษณะ : เป็นแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมที่ต้องมีการเติมน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาระดับน้ำกรด
ข้อดี: ราคาไม่แพง
ข้อเสีย: ต้องหมั่นดูแล เติมน้ำกลั่นบ่อยๆ และสูญเสียน้ำกรดได้ง่ายในสภาพอากาศร้อน

2. แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง (MF – Maintenance Free)

ลักษณะ: ใช้ธาตุตะกั่วแคลเซียมทั้งแผ่นธาตุบวกและลบ ทำให้กินน้ำกลั่นน้อยกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ แต่ในประเทศอากาศร้อนก็ยังอาจต้องมีการเติมน้ำกลั่นเพื่อชดเชยบ้าง
ข้อดี: ดูแลน้อยกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ ราคาไม่แพงมาก

3. แบตเตอรี่แบบแห้ง (SMF – Sealed Maintenance Free)

ลักษณะ: เป็นแบตเตอรี่แบบปิดสนิท ไม่ต้องเปิดเติมน้ำกลั่นเลยตลอดอายุการใช้งาน
ข้อดี: สะดวกสบาย ดูแลง่าย ไม่ต้องบำรุงรักษา
ข้อเสีย: มีราคาสูงกว่าแบตเตอรี่ประเภทอื่น

4.  แบตเตอรี่ไฮบริด (Hybrid Battery)

ลักษณะ: เป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนามาจากแบตเตอรี่แบบน้ำ โดยใช้ธาตุตะกั่วแคลเซียมในแผ่นธาตุบวก ทำให้แบตเตอรี่สูญเสียไอน้ำกรดน้อยลง
ข้อดี: มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับแบตเตอรี่แบบแห้ง  คือดูแลน้อยกว่าแบบน้ำ

ข้อดี ของการเช็คสภาพรถเป็นประจำ

  1. เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
  2. ยืดอายุการใช้งานให้มีประสิทธิภาพ
  3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ
  4. รักษามูลค่ารถยนต์ให้ได้นานที่สุด
  5. สมรรถนะดีเยี่ยมทั้งภายนอกและภายใน
  6. บันทึกการซ่อมบำรุงให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

สามารถเช็คตารางคิวงานได้ที่นี่ >>> คลิ๊กที่Line หรือ โทรด่วน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *